แดง(ที่)เดือดฝั่งเดียวแดง(ที่)เดือดฝั่งเดียว

ศึกพรีเมียร์ลีกนั้นขึ้นชื่อว่าเป็นลีกยอดฮิตมากที่สุดในโลก เมื่อพวกเขาสามารถขายลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสดไปได้มหาศาลทั่วโลก

ซึ่งจากในอดีตที่จะมีกรุ๊ปยักษ์ใหญ่ของลีกอยู่เพียงแต่ 4 กรุ๊ปเท่านั้นเอง แต่ว่าตอนนี้ได้มีการเลื่อนฐานะขึ้นมาอีก 2 ทีม ทำให้ในช่วงเวลานี้กลายเป็นลีกที่มีกรุ๊ปที่ได้ช่องเป็นแชมป์พรีเมียร์ลีกได้ถึง 6 กรุ๊ปแล้วตอนนี้ ทำให้ความครื้นเครงนั้นมากขึ้นไปอีก อีกทั้งการขับต้มกันแย่งแชมป์ หรือแมตช์การแข่งขันชิงชัยของกรุ๊ปในกลุ่มท็อป 6 อีก ทำให้มีบิ๊กแมตช์ในแต่ละฤดูเพิ่มขึ้นเรื่อยๆอีกด้วย โดยหากพูดถึงศึกบิ๊กแมตช์ของศึกลา ลีก้าประเทศสเปน ทุกคนจึงต้องควรพูดถึงเกมเอล กลาสิโก้ ที่เป็นการเจอะกันระหว่างบาร์เซโลน่า รวมถึงเรอัล มาดริดอย่างแน่แท้ เนื่องจาก 2 กลุ่มนี้นั้นแย่งชิงชิงเด่นกันโดยตลอด แต่ในศึกพรีเมียร์ลีกนั้นเกมบิ๊กแมตช์ที่ใหญ่ที่สุดของลีกนั้นจะเปลี่ยนไปตามสมัยนิยมตามแฟชั่นที่กรุ๊ปพวกนั้นก้าวขึ้นมาเป็นแชมป์ แม้กระนั้นก็มีอยู่คู่หนึ่งที่พบกันเมื่อใดนั้นก็ต้องถือว่าเป็นศึกบิ๊กแมตช์ชั่วกับชั่วกัลป์ ซึ่งก็คือศึกแดงเดือดที่เป็นการเจอะกันระหว่างลิเวอร์พูล กับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดนั่นเอง ซึ่งเป็นคู่กรณีกันมาอย่างนานหลายสิบปี ซึ่งมีความเข้มข้นมากมาย ถึงในตอนหลังกรุ๊ป “หงส์แดง” จะไม่ได้แชมป์พรีเมียร์ลีกมานานรวมทั้งตาม ถึงแม้ว่าการพบกับกรุ๊ป “ซาตานแดง” ก็ถือได้ว่าเป็นเกมใหญ่ตลอดมา
แต่ในศึกแดงเดือดนัดพบเดี๋ยวนี้เมื่อช่วงกลางเดือนก่อนหน้านี้นั้น นับได้ว่าเกมแดงเดือดอีกเกมหนึ่งที่ไม่มีความครึกครื้นเลยแม้แต่น้อย โดยอาจจะมีความระทึกใจบ้างในบางช่วงเวลาแม้ว่าสิ่งสำคัญที่สุดก็คือดูเหมือนจะเป็นเกมแดงเดือดที่เดือดอยู่ฝ่ายเดียวเสียมากกว่า นั่นก็คือฝั่งเจ้าของบ้านลิเวอร์พูลที่มองดูมีความกระหายที่จะเป็นผู้ชนะตั้งแต่เริ่มเขี่ยบอลเลยด้วย แล้วก็พยายามบุกเข้าใส่กรุ๊ป “ภูติผีปีศาจแดง” โดยตลอด ซึ่งภายหลังที่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดสามารถตามตีเสมอได้เป็น 1-1 ในตอนตรงกลางครึ่งแรกแล้ว ต่อจากนั้นพวกเขาก็ไม่มีความที่ต้องการจะแปลงเป็นผู้ชนะอะไร เรียกได้ว่าผู้ร่วมทีมของโชเซ่ มูรินโญ่ กลัวกรุ๊ปเจ้าถิ่นก็ว่าได้ ซึ่งเป็นมาตลอด 2 ฤดูก่อนหน้านี้ที่ผ่านมาที่ผู้จัดการทีมชาวโปรตุกีสพาทีมบุกมาเลิศรังแอนฟิลด์ ซึ่งเขาสามารถเอาผลเสมอ 0-0 กลับไปได้ตลอด 2 ปีให้หลัง ทำให้ปีนี้เขาคิดแผนที่จะทำแบบเดิมอีกครั้ง แม้กระนั้นด้วยความรู้ความเข้าใจของลิเวอร์พูลที่หนักแน่นขึ้น ทำให้หนทางของกุนซือวัย 55 ปีไม่เป็นผลดังที่เคย แล้วก็มันทำให้กลายเป็นเกมที่จืดชืดไปเลยสำหรับแดงเดือดแรกในฤดูกาลนี้